Sunday, July 20, 2014

4 อาหารเพื่อสุขภาพ สุดยอดเทรนด์น่าหม่ำ ปี 2014




        สื่อทุกสำนักจัดอันดับกันทุกปีกับอาหารเพื่อสุขภาพดี ๆ ให้เราได้อัพเดท นี่เป็นไอเดียแจ่ม ๆ ไปอีกแบบกับการค้นพบอะไรใหม่ ๆ ไม่ว่าคุณค่าสารอาหารที่ควรลอง ตลอดจนเทรนด์โลกที่กำลังยกนิ้วว่าอินสุด ๆ ในเวลานี้

          เพราะฉะนั้นแล้ว กินให้ฉลาด กินให้อร่อย และกินให้ได้ของดี เรามาอัพเดทกันหน่อยว่าเทรนด์ฮิตปีนี้น่าลองกินอะไรกันบ้าง

1. อาหารที่ดี "ความสะอาด" ต้องมาก่อน

          เป็นเรื่องแน่นอนที่สุดที่ความสะอาดกำลังเป็นเรื่องอิน เพราะสิ่งตกค้างในอาหารเป็นประเด็นที่พูดถึงกันมาก ทำให้มีข่าวท้องร่วง ท้องเสียกันออกบ่อยมากไปกว่านั้นยังเป็นการสะสมเชื้อมะเร็ง ในบางกรณีอีกต่างหาก อย่างไรก็ตามเทรนด์สะอาดยังรวมไปถึงการลดละอาหารที่มีสารปรุงแต่งมาก ๆ และหันไปกินอาหารที่ให้รสชาติตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในผักและเนื้อสัตว์ที่ปราศจากสารเจือปน

 
2. ปลาเล็กปลาน้อย ของดีใช่เล่น

          ปลาตัวเล็ก ๆ นั่นล่ะของดีมีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอน ปลาค็อด ปลาตาเดียว ฯลฯ ถึงขนาดที่ว่าเชฟในหลาย ๆ ประเทศนำมาสร้างสรรค์เมนูจำพวก Trash-Fish Dinners กันเลยทีเดียว และยกให้เป็นซีฟู้ดขนานใหม่ที่ควรลิ้มลองและในทางธรรมชาติด้วย แล้วก็ยังเป็นการรักษาความสมดุลทางทะเล เพื่อไม่ให้เราบริโภคปลาตัวใหญ่มากเกินไปอีกด้วย

 
3. "กะหล่ำดอก" มาแรงแซงโค้ง

          น่ากินใช่น้อย เพราะในปริมาณ 100 กรัม กะหล่ำดอกมีวิตามินซีถึง 56 มิลลิกรัม และมีสรรพคุณในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีบทบาทสำหรับต่อการสังเคราะห์คอลลาเจน และช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และภาวะหลอดเลือดอุดตัน เชฟทั่วโลกกำลังสนุกกับการนำเมนูนี้ไปดัดแปลงเป็นอาหารหน้าตาดีหลายอย่าง เพราะเท็กซ์เจอร์สวย ดัดแปลงง่าย และยังทดแทนอาหารที่มีแคลอรี่สูงบางอย่างได้ เช่น มันฝรั่ง เป็นต้น


4. ของหมักนี่ล่ะสุดยอด

          อย่าเพิ่งเหมาไปว่าของหมักคือของบูดของเสีย เพราะศาสตร์โบราณในการถนอมอาหารประเภทนี้ นอกจากจะทำให้เราได้กินอาหารที่มีประโยชน์ในอีกรูปแบบ ก็ยังทำให้อาหารเปลี่ยนฟอร์มให้น่ากินมากขึ้น เช่น นมที่เปลี่ยนเป็นโยเกิร์ต ผักกาดที่เปลี่ยนเป็นกิมจิ เป็นต้น วงการอาหารในยุโรปก็กำลังตื่นตัวกับอาหารหมัก รวมทั้งปล่อยหนังสือแนวนี้ออกมาอีกมาก อย่าง The Art of Fermentation ที่ได้รับรางวัลอย่าง James Beard Award อีกด้วย


 
แหล่งที่มา  Lisa, http://health.kapook.com/view93548.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

No comments:

Post a Comment