Sunday, December 28, 2014

กิจกรรมที่ควรทำ เพื่อรักษาน้ำหนักให้คงที่




          การควบคุมน้ำหนักของร่างกายให้คงที่เท่าเดิมอยู่เสมอนั้น สำหรับสาว ๆ หลายคนอาจเป็นเรื่องที่ยาก เพราะในแต่ละวันต้องทำงาน และมีเวลาน้อยในการที่จะมาดูแลเรื่องนี้ ดังนั้นเราจึงมีวิธีการรักษาน้ำหนักแบบง่าย ๆ ที่คุณสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำของคุณได้

         
1. เลือกทานผักผลไม้ให้มากเข้าไว้ หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงจากไขมัน


         
2. ลดอาหารที่ให้แคลอรีสูง เช่น ปาท่องโก๋ กล้วยทอด เนย รวมทั้งอาหารฟาสฟู้ดทั้งหลาย

 
         
3. ดื่มนมพร่องมันเนย แทนนมพร้อมดื่มแบบธรรมดา หรือชนิดหวาน

 
         
4. ลดการทานของหวานทุกชนิด หรือทานให้น้อยที่สุด

 
         
5.  ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกอย่าง

 
         
6. ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรืออาทิตย์ละ 3 ครั้ง

 
         
7. หากระยะทางไม่ไกลมากก็ให้ใช้การเดินแทนการนั่งรถ

         
8. ใช้บันไดแทนลิฟท์ เพื่อเป็นการออกกำลังไปในตัว

         
9. หากิจกรรมเบา ๆ ทำต่อเนื่องในแต่ละวัน เช่น ทำงานบ้าน เล่นกับลูก ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เป็นต้น

  
แหล่งที่มา  Woman's story, http://health.kapook.com/view12471.html

Friday, December 26, 2014

15 ทริคหลอกโจร ก่อนทิ้งบ้านยาวในช่วงเทศกาล




         วิธีเตรียมรับมือกับโจร เวลาต้องทิ้งบ้านไปนานในช่วงวันหยุดยาว หรือเทศกาลต่าง ๆ ลองมาเตรียมความพร้อมด้วยเทคนิครับมือกับโจรตามนี้กันเลย

          วางแผนจะไปเที่ยวหลายวัน แต่ก็ห่วงบ้านว่าจะเป็นเป้าสายตาของโจรหรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นต้องมาดูเทคนิคเพื่อบ้านปลอดโจรกันดีกว่า ที่รับรองว่าทำตามแล้วจะเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลแน่นอน เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลแบบนี้ หลายคนวางแผนที่จะออกเดินทางท่องเที่ยว แต่การทิ้งบ้านให้ไม่มีคนอยู่ก็เสี่ยงต่อโจรที่อาจจ้องขโมยในบ้านของเรา วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีเคล็ดลับเตรียมพร้อมบ้าน ไม่ให้เป็นเป้าหมายของโจร ด้วยเทคนิค 15 ข้อง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ ที่จะช่วยสร้างความอุ่นใจว่าบ้านปลอดภัยเมื่อกลับมาแน่นอนค่ะ

  1. ทำเหมือนมีคนอยู่บ้านตลอด ด้วยการเปิดไฟและวิทยุทิ้งไว้

  2. ติดตั้งสวิตช์เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ เพื่อทำเหมือนว่ามีคนเข้า-ออกบ้านจริง ๆ 

  3. เปิดม่านให้กว้างเท่าระยะที่ทำเป็นประจำ

  4. ติดตั้งสวิตช์อัตโนมัติ สำหรับเปิด-ปิดไฟบริเวณระเบียงบ้านและในสวน

  5. จ้างคนตัดแต่งต้นไม้ประจำ ให้มาดูแลสวนตามตารางปกติ เพื่อให้ดูเหมือนมีคนอยู่บ้านตลอด

   6. ลงทุนกับแม่กุญแจอย่างดีที่แข็งแรงทนทาน สำหรับล็อกประตูด้านนอก

   7. ตั้งกลุ่มเฝ้าระวังอาญชากรรมร่วมกับเพื่อนบ้าน ช่วยกันสอดส่องและรายงานความผิดปกติ

   8. ขอให้เพื่อนบ้านช่วยดูบ้านให้ตอนไม่อยู่ และช่วยเหลือเพื่อนบ้านในแบบเดียวกัน

   9. เช็คไฟถนนหน้าบ้านว่าทำงานหรือไม่ ถ้าหากเสียให้รีบแจ้งช่างมาซ่อม

  10. ขอให้เพื่อนบ้านช่วยเก็บจดหมายหรือหนังสือพิมพ์ระหว่างที่ไม่อยู่บ้าน หรือไม่ก็ระงับการส่งเอาไว้ชั่วคราวก่อน ถ้าปล่อยไว้ให้โจรเห็น รับรองรู้แน่ว่าบ้านนี้ไม่มีคนอยู่

  11. ไม่ป่าวประกาศว่าจะออกเดินทาง แม้วิธีนี้จะเป็นเรื่องยากในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่ช่วยรักษาความปลอดภัยได้มากนะ

  12. ซ่อมแซมประตูหรือหน้าต่างที่ชำรุดให้หมดก่อนออกเดินทาง

  13. ติดตั้งตัวล็อกที่แข็งแรงสำหรับประตูและหน้าต่างบานเลื่อน เช่น กุญแจคอม้าแบบสับ เป็นต้น

   14. ลงทุนกับสัญญาณกันขโมย หรือกล้องวงจรปิด อย่างน้อยซื้อแบบถูก ๆ ก็ยังดี

   15. ฝากบ้านไว้กับตำรวจ หรือฝากบ้านไว้กับเพื่อนบ้านดี ๆ ที่จะช่วยสอดส่องให้เราอีกทางก็ได้


          พยายามทำตามคำแนะนำให้มากที่สุดนะคะ เพื่อลวงโจรว่ามีคนอยู่บ้าน ทั้งยังป้องกันให้ไม่ง่ายต่อการงัดแงะด้วย หรืออาจจะติดตั้งกล้องวงจรปิดที่สามารถดูผ่านมือถือหรือแท็บเล็ต เพื่อเอาไว้อัพเดทสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ทีนี้ก็จะเที่ยวได้อย่างสนุกและอุ่นใจแล้วจ้า

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Thursday, December 25, 2014

5 พฤติกรรมผิด ๆ ของการแช่อาหารในตู้เย็น เปลี่ยนด่วน !




          เช็คซิ พฤติกรรมผิด ๆ ของการแช่อาหารในตู้เย็นเหล่านี้ คุณกำลังทำผิดพลาดอยู่หรือเปล่า มาดูคำตอบของวิธีแช่อาหารในตู้เย็นแบบผิด ๆ แล้วรีบแก้ไขดีกว่า

          ใครมีพฤติกรรมชอบเก็บอาหารในตู้เย็นแบบตามใจฉันต้องฟังทางนี้ เพราะตู้เย็นถูกออกแบบมาให้มีที่อยู่สำหรับอาหารแต่ละชนิด ดังนั้นหากเราเก็บอย่างถูกที่ถูกทาง ก็จะช่วยรักษาความสดใหม่ให้กับอาหารของเราได้ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำ 5 พฤติกรรมผิด ๆ ของการแช่อาหารในตู้เย็นมาฝาก เชื่อว่าบางข้อต้องมีใครทำอยู่เป็นแน่ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ก็ลองมาดูกันเลยค่ะ

1. เก็บนมหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ไว้ตรงช่องประตู

          เพราะตำแหน่งที่อุณหภูมิอุ่นที่สุดในตู้เย็น ก็คือช่องประตู ดังนั้นนมจึงอาจแปลงสภาพเป็นโยเกิร์ต ก่อนจะกลายเป็นเนยข้น ๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ที่ถูกต้องคือแช่นมไว้ที่ชั้นด้านใน เพื่อให้นมไม่บูดก่อนเวลาอันควรจนต้องทิ้งให้เปลืองเงินค่ะ

2. ไม่เก็บเนื้อดิบไว้ในช่องเก็บเนื้อ

          ตามปกติตู้เย็นจะออกแบบให้ช่องเก็บเนื้อเย็นกว่าบริเวณอื่นของตู้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงเหมาะจะใช้เก็บวัตถุดิบประเภทเนื้อมากที่สุด และหากใครมีตู้เย็นที่ปรับตั้งค่าเฉพาะช่องเก็บเนื้อได้ ให้ปรับไปที่เย็นสุด เพราะจะช่วยให้เนื้ออยู่ในสภาพเกือบเหมือนการแช่แข็ง ซึ่งจะคงความสดให้เนื้อได้ไปอีกนาน โดยอย่าลืมหาภาชนะหรือถุงซิปล็อกใส่เนื้อก่อนแช่ตู้เย็นด้วยนะคะ เพื่อป้องน้ำจากเนื้อสัตว์หยดลงใส่อาหารอื่น ๆ ในตู้

3. ลืมทำความสะอาดแผงระบายความร้อน

          ถ้าสังเกตว่าตู้เย็นไม่เย็นเท่าที่ควร บางทีอาจเป็นปัญหาจากแผงระบายความร้อนด้านหลังก็ได้ ดังนั้นให้ทำความสะอาดด้วยแปรงที่มีขายอยู่ตามร้านอุปกรณ์ทั่วไป หรือจะใช้เครื่องดูดฝุ่นก็ได้เช่นกัน โดยให้ถอดปลั๊กตู้เย็นออก รอให้แผงระบายความร้อนเย็นลง แล้วจึงแกะออกมาทำความสะอาด โดยสามารถทำความสะอาดแผงระบายความร้อนได้บ่อยตามต้องการ จะช่วยให้ตู้เย็นทำงานได้ดีขึ้น และช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้

4. ไม่ห่ออาหารให้แน่นก่อนนำเข้าตู้เย็น

          ไม่ว่าจะเป็นการเก็บอาหารด้วยถุงซิปล็อก ห่ออาหารด้วยกระดาษฟอยล์ หรือพลาสติกแรป เราก็ควรไล่อากาศออกจากอาหารให้มากที่สุด และหากเป็นการเก็บอาหารในกล่อง ก็ควรจะใส่อาหารให้เกือบเต็ม เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้อาหารถูกอากาศทำลาย จนสูญเสียความสดและคุณค่าทางอาหารไป อย่างไรก็ตามเหลือพื้นที่สักเล็กน้อย ไว้เผื่ออาหารขยายตัวถ้าหากแช่ไว้ในช่องฟรีซด้วยนะคะ

5. ไม่เก็บผักไว้ในช่องเก็บผัก

          เพราะในช่องเก็บผักถูกออกแบบมาให้มีความชื้นสูง ดังนั้นจึงช่วยให้ผักที่แช่สดใหม่มีชีวิตชีวาได้นาน อีกทั้งยังช่วยให้ผักที่มีกลิ่นฉุนไม่ไปรบกวนอาหารอื่น ๆ ด้วย ดังนั้นเก็บผักไว้ในช่องเก็บผักจะดีที่สุด ส่วนผลไม้สามารถแยกเก็บในชั้นที่มีความชื้นต่ำกว่าได้ค่ะ


          ฮั่นแน่ ! หลายคนแช่อาหารผิดวิธีกันอยู่ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นมาลองปรับเปลี่ยนตามวิธีที่แนะนำไปนะคะ แล้วเตรียมประหลาดใจกับอาหารที่สดใหม่กว่าที่เคยได้เลย


เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/explore/refrigerator-organization/

Tuesday, December 23, 2014

ซึมเศร้าช่วงหน้าหนาว บรรเทาได้ด้วยการกิน




        ไม่อยากมีอาการ ง่วง เหงา เศร้า เซ็ง ในช่วงหน้าหนาว อาหารทั้ง 5 ชนิดนี้ ช่วยคุณได้
 

          ฤดูหนาว ฤดูที่ใคร ๆ ต่างก็รู้สึกว่าช่างเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างเหมือนจะดูช้าลงไปเสียหมด แถมอากาศหม่น ๆ ก็ยังทำให้หลาย ๆ คนเกิดความรู้สึก เหงา เศร้า เซ็ง กันไปตาม ๆ กัน ซึ่งรู้หรือไม่ว่าอาการเหล่านี้หากทิ้งเอาไว้อาจจะทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้เลยนะ แต่จะทำอย่างไรให้อาการเหล่านี้หายไปล่ะ ในเมื่ออากาศก็ดูเหมือนจะเป็นใจเหลือเกิน ขอบอกเลยค่ะว่าการรับประทานอาหารสามารถช่วยได้ดีเลยเชียวล่ะ โดยเฉพาะอาหารที่เว็บไซต์ wallstcheatsheet.com  หยิบยกมาเป็นตัวอย่างให้ได้ทราบกัน ใครที่กำลังรู้ตัวว่าตัวเองกำลังมีอาการซึมเศร้าในช่วงหน้าหนาว ต้องรีบหาอาหารเหล่านี้มารับประทานด่วนเลย

          ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับภาวะซึมเศร้าในช่วงหน้าหนาว (winter blues) กันก่อน ภาวะซึมเศร้าในช่วงหน้าหนาวถือเป็นโรคซึมเศร้าชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในระยะชั่วคราว มีสาเหตุมาจากในช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่มืดเร็ว และสว่างช้า ทำให้ร่างกายได้รับแสงแดดน้อย และการที่ร่างกายได้รับแสงแดดน้อยเกินไปก็จะทำให้นาฬิกาชีวิตของคนเราเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลให้สารเมลาโทนิน (Melatonin) ที่มีผลต่ออารมณ์และการนอนหลับเกิดการเสียสมดุล และทำให้ร่างกายผลิตสารเซโรโทนิน (Serotonin) ลดลง ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ โดยการรักษาอาการเหล่านี้ที่ง่ายที่สุดก็คือการออกไปรับแสงแดดในช่วงระหว่างวัน แต่ถ้าหากไม่สะดวกก็สามารถรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและมีฤทธิ์ในการลดอาการซึมเศร้าซึ่งได้แก่อาหารดังต่อไปนี้

1. เนื้อปลา

ในเนื้อปลาบางชนิดอย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาซาร์ดีน และปลาทูน่า มีกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพอย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดอาการซึมเศร้าทีเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวได้ แต่ยังช่วยลดอาการซึมเศร้าของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้กรดไขมันโอเมก้า 3 ยังช่วยสร้างเสริมสมองในส่วนที่ประมวลความรู้สึกมีความสุขและความพึงพอใจ ต่าง ๆ อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ปลาแซลมอนยังอุดมไปด้วยวิตามินดี ซึ่งเนื้อปลาเพียงครึ่งตัวก็มีปริมาณวิตามินดีสูงถึง 1,400 ยูนิต มากกว่าความต้องการต่อวันของเราถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

  
2. ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว

คงจะเคยได้ยินกันใช่ไหมคะว่า วิตามินซีช่วยทำให้อารมณ์ดีได้ ซึ่งแหล่งวิตามินซีที่ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นบรรดาผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นส้ม มะนาว เลมอน หรือเกรปฟรุต ซึ่งถ้าหากร่างกายขาดวิตามินซีก็จะทำให้ร่างกายเกิดการอ่อนเพลียและภาวะซึมเศร้าได้ เพราะหน้าที่ของวิตามินซีก็คือช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก แร่ธาตุที่สำคัญต่อการลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย การได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย และอาจส่งผลต่อการทำงานของสมองและระบบภูมิคุ้มกัน โดยแค่เพียงเราได้กลิ่นของผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวก็จะทำให้อารมณ์ของคุณดีขึ้นได้ ดังนั้นในช่วงฤดูหนาว ลองหาน้ำหอมปรับอากาศติดไว้ใกล้ตัว หรือหาผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้ทานดูนะคะ รับรองว่าอาการซึมเศร้าจะหายไปอย่างแน่นอน

  
3. ผักโขม

คงสงสัยกันใช่ไหมละคะว่าผักโขมจะช่วยทำให้อารมณ์ดีได้อย่างไร นั่นก็เพราะผักโขมมีสารโฟเลตสูง ที่รู้จักกันในชื่อวิตามินบี 9 หรือกรดโฟลิก ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกายสร้างสารเซโรโทนินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และเจ้าสารเซโรโทนินนี่ล่ะที่ขึ้นชื่อว่าสารแห่งความสุข ยิ่งมีมากก็ยิ่งอารมณ์ดีมากขึ้น และนอกจากผักโขมแล้วยังมีผักอีกหลายชนิดที่ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้เช่นเดียว กัน อาทิ ผักใบเขียว ได้แก่ ผักคะน้า กระหล่ำปลี และผักชาร์ด ซึ่งมีโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียมสูง แร่ธาตุเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูวงจรในการนอนกลับ และกล้ามเนื้อที่อ่อนล้า รวมทั้งลดปริมาณฮอร์โมนความเครียดลงอีกด้วย 

  
4. เห็ด

เห็ดที่เรานิยมรับประทานกัน นี่ล่ะค่ะที่ช่วยลดภาวะซึมเศร้าได้ เพราะในเห็ดนั้นมีแร่ธาตุที่สำคัญมากมายไม่ว่าจะเป็น ไนอะซิน (Niacin) หรือวิตามินบี 2 และ ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) หรือวิตามินบี 3 นอกจากนี้ยังมีวิตามินดีอีกด้วย ซึ่งเจ้าวิตามินดีนี่ล่ะมีความสำคัญต่อร่างกาย เพราะหากขาดวิตามินดีไป อาจจะทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า และโดยปกติแล้วเรามักจะได้รับวิตามินดีจากการได้รับแสงแดดตามธรรมชาติ แต่ในช่วงฤดูหนาวที่แสงแดดน้อยก็จะทำให้เราได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงควรรับประทานเห็ดทุกวันในช่วงฤดูหนาว เพราะมีการศึกษาพบว่าการรับประทานเห็ดในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายนั้น สามารถทดแทนการรับประทานอาหารเสริมที่มีวิตามินดีได้เลยทีเดียว

  
5. ถั่วเปลือกแข็ง

ไม่ว่าจะเป็นถั่วพีแคน วอลนัท หรืออัลมอนด์ ต่างก็ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ทั้งนั้นเลย เพราะในถั่วเปลือกแข็งเหล่านี้มีกรดอะมิโนทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งมีความจำเป็นต่อสารเซโรโทนิน สารสื่อประสาทที่ช่วยในการลดภาวะซึมเศร้าและทำให้อารมณ์ดีขึ้น นอกจากนี้ถั่วเปลือกแข็งยังมีแมกนีเซียม แร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อภาวะอารมณ์อีกด้วย โดยจากการศึกษาของวารสาร Psychology Today พบว่าคนเรารับประทานแมกนีเซียมน้อยเกินกว่าความต้องการต่อวัน โดยในแต่ละวันคนเราควรรับประทานแมกนีเซียมในปริมาณ 320 - 420 มิลลิกรัม และการที่รับประทานแมกนีเซียมไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย แรงดันในกล้ามเนื้อสูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ นอนไม่หลับ เกิดอาการขาอยู่ไม่สุข และทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้าได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานถั่วเปลือกแข็งให้มากขึ้น โดยอาจจะรับประทานเป็นของว่าง หรือปรุงเป็นอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อก็ได้ค่ะ

   
          ภาวะซึมเศร้าในช่วงหน้าหนาวรักษาได้ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะคะ แถมอาหารแต่ละชนิดที่นำมาเสนอก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลตัวสักเท่าไร ดังนั้น ถ้าหากไม่อยากรู้สึกอารมณ์หม่น ๆ ในช่วงฤดูหนาว ก็ลองหาอาหารเหล่านี้มารับประทานดูนะคะ รับรองว่าไม่ว่าจะหน้าหนาวไหน ๆ จะหนาวเพียงใด ถ้าทานอาหารเหล่านี้เข้าไปละก็ยิ้มแย้มได้อย่างแน่นอนเลยจ้า 

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/daslasher/jones-residence-inspiration/