Tuesday, September 27, 2016

5 พฤติกรรมของเด็ก ๆ ที่บ่งบอกว่าพวกเขาคือไอน์สไตน์ตัวน้อย




พัฒนาการเด็ก 5 อย่าง ที่ส่งสัญญาณฉายแววอัจฉริยะ ลองสังเกตลูกของคุณดูสิว่ามีหรือเปล่า

           คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยในช่วงวัยประถม มักจะเป็นกังวลถึงการเรียนรู้ของพวกเขาใช่ไหมคะ เพราะเด็กในวัยนี้เริ่มสนใจหลายสิ่งหลายอย่าง หัดอ่านหัดเขียน มีสังคมที่โรงเรียน และสมองของเด็กจะพัฒนาเต็มที่ ซึ่งถ้าหากพวกเขามีพฤติกรรมท่าทีอะไรแปลก ๆ ก็ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ เพราะนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าลูกของคุณนั้นเป็นเด็กฉลาด ไหวพริบดี และเรียนรู้ได้เร็วสมวัยนั่นเองค่ะ ว่าแต่จะมีพฤติกรรมอะไรบ้างที่เด็ก ๆ มักชอบทำกัน วันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมมาฝากคุณพ่อคุณแม่แล้ว เราไปดูกันเลยดีกว่า


1. ช่างซักช่างถาม

           เด็ก ๆ ขี้สงสัยไปเสียทุกอย่าง ต่อให้เป็นเรื่องไร้สาระก็ตาม เพราะพวกเขากำลังเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ถ้าหากพวกเขาถามในเรื่องที่อธิบายยาก คุณพ่อคุณแม่อาจจะตอบแบบให้เด็กเข้าใจง่ายและแฝงความขี้เล่น หรือมีคำถามกลับให้เด็ก ๆ ได้กลับไปขบคิดด้วยตนเอง ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ดีต่อตัวเด็กและพ่อแม่ เพราะจะทำให้ความสัมพันธ์ของครอบครัวแน่นแฟ้นมากขึ้นด้วยนะคะ
 

2. จดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดี

           ไม่จำเป็นต้องท่องศัพท์หรือตำราเรียนได้อย่างเดียวนะคะ อาจจะเป็นการจดจำอดีตหรือสิ่งที่ลูกน้อยของคุณเคยเห็นผ่านตา แล้ววันนี้กลับนำมาถามซ้ำใหม่ นั่นแสดงว่าลูกน้อยของคุณมีความจำที่ดี และสามารถคิดแก้ไขปัญหาได้จากข้อมูลในความทรงจำนั่นเองค่ะ


3. สนใจอ่านหนังสือ

           อ่านหนังสือในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าอ่านจริง ๆ จัง ๆ ขอเพียงแค่เปิดหนังสือดูเล่นก็พอแล้วล่ะค่ะ อย่างเช่นพวกหนังสือนิทานนั้นจะมีรูปประกอบสีสันสวยงาม เด็ก ๆ จะให้ความสนใจกับรูปพวกนั้น ซึ่งถ้าหากพวกเขาอยากรู้เรื่อง คุณพ่อคุณแม่ก็อาศัยจังหวะนี้สอนหนังสือให้ลูกอ่านเองได้ โดยที่ไม่ต้องไปบังคับเด็กด้วยค่ะ
 

4. เก็บสะสมสิ่งของต่าง ๆ

           เคยสังเกตไหมคะว่าเวลาที่พาลูกน้อยไปเที่ยวชายทะเล พวกเขามักจะหยิบเปลือกหอยเล็ก ๆ ขึ้นมาเก็บใส่กระเป๋า หรือซื้อขนมห่อละ 5 บาท แต่กลับไม่กินขนมเลย แค่ต้องการของแถมที่อยู่ข้างในเท่านั้น เป็นเพราะลูกของคุณมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ ส่งผลให้อารมณ์ดีและสมองก็จะพัฒนาได้ดีตามด้วยนั่นเองค่ะ


5. มีนิสัยชอบจัดเรียง

           เด็ก ๆ จะรู้สึกเพลินเพลินและสนุกไปกับการเรียงสิ่งของต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เช่น เรียงสีไม้ในกล่อง เรียงของเล่นจากชิ้นเล็กไปหาชิ้นใหญ่ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้บ่งบอกว่าลูกน้อยของคุณเริ่มรู้จักแยกแยะและแบ่งประเภทเป็น แถมยังฝึกความเป็นระเบียบไปในตัวอีกด้วยล่ะค่ะ

           รู้แบบนี้แล้วลองไปสังเกตลูกน้อยของคุณดูนะคะว่ามีพฤติกรรมตามที่บอกหรือเปล่า ถ้ามีแสดงว่าเจ้าหนูน้อยเริ่มฉายแววอัจริยะแล้วล่ะ ไม่แน่โตขึ้นไปอาจคิดค้นทฤษฎีใหม่ ๆ จนได้รับรางวัลโนเบลก็ได้นะ


ข้อมูลจาก : romper.com, raisesmartkid.com
http://baby.kapook.com/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81-157100.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/428475352023392987/

Monday, September 26, 2016

7 วิธีสร้างรอยยิ้มให้ลูก ๆ




          ถึงบางครั้งการซื้อของเล่นหรือเสื้อผ้าชิ้นโปรด จะช่วยให้ลูก ๆ อารมณ์ดีได้ไม่ยาก แต่ก็คงเทียบไม่ได้กับการทำให้เขาอารมณ์ดีด้วยความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่ เพราะจะทำให้เขารู้สึกปลอดภัยและเติบโตขึ้นมาอย่างอบอุ่น แถมยังช่วยให้ครอบครัวใกล้ชิดกันมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นคุณจึงควรทำให้ลูกยิ้มและหัวเราะได้บ่อย ๆ ด้วยการทำตามวิธีเหล่านี้

1. พาลูกออกไปเล่นนอกบ้านบ้าง

         ใช้เวลาพาลูกไปเล่นตามสนามเด็กเล่นหรือสระว่ายน้ำแถวบ้านบ้าง เขาจะได้เล่นของเล่นใหม่ ๆ ที่ไม่มีในบ้าน โดยที่มีคุณคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา แถมยังช่วยให้ทั้งคุณและลูกมีสังคมมากขึ้น จากการได้พบปะผู้คนใหม่ ๆ อยู่เสมออีกด้วย อย่างไรก็ตาม ควรดูให้ดีอย่าเลือกไปที่เก่าหรือสกปรกมากนัก จะทำให้ลูกติดโรคได้

2. ตั้งฉายาน่ารัก ๆ ให้กับลูก

         เด็ก ๆ น่ะไร้เดียงสาจะตายไป เวลาที่เขาชอบตัวการ์ตูนตัวไหนเป็นพิเศษ แค่เรียกเขาด้วยชื่อของตัวการ์ตูนนั้นหรือสิ่งอื่น ๆ ที่เขาสนใจ เท่านี้ก็จะช่วยให้เขาอารมณ์ดียิ้มไปได้ทั้งวันแล้วล่ะ นอกจากนี้อาจลองนั่งดูการ์ตูนเรื่องที่เขาชอบเป็นเพื่อน เพื่อให้เขาไม่รู้สึกเหงาน้อยลงและสนุกมากขึ้นก็ได้เหมือนกัน

3. แสดงความรักกับเขาบ่อย ๆ

         ไม่มีลูกคนไหนไม่ชอบอ้อมกอดของพ่อแม่ เพราะฉะนั้นควรให้ความรักความเอาใจใส่เขาด้วยการกอดหรือหอมเป็นประจำก่อนจะพาเขาเข้านอน และชมพร้อมกับหอมแก้มเบา ๆ เวลาที่เขาทำตัวดี จะช่วยให้เขารู้สึกใกล้ชิดกับคุณมากขึ้น แถมยังรู้สึกอยากอ้อนทำตัวเป็นเด็กดีมากขึ้นด้วย

4. หาขนมติดไว้ให้เขาด้วย

         เด็กวัยกำลังโตก็ชอบทานขนมหวาน ๆ ทุกคนนั่นแหละ ดังนั้นควรซื้อขนมอร่อย ๆ ที่ดีกับสุขภาพติดไว้ให้เขาทานเล่นเพลิน ๆ นอกจากนี้ก็อย่าลืมเตือนเขาให้แปรงฟันทุกครั้งหลังจากทานขนมด้วยล่ะ จะได้ไม่ฟันผุจนต้องไปหาหมอฟันให้เจ็บตัว

 5. อย่าทำให้เขารู้สึกน้อยใจเด็ดขาด

         ลูกของคุณยังเด็ก จึงอาจฝังใจไปจนโตได้ ถ้าเขารู้สึกว่าตัวเองได้รับความรักไม่มากพอ ดังนั้นไม่ควรพูดเปรียบเทียบเขากับคนอื่นจนเขารูสึกน้อยใจ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้มีลูกคนเดียว ควรดูแลเอาใจใส่ลูกให้เท่ากัน เพื่อไม่ให้เขารู้สึกอิจฉากันและกัน จนกลายเป็นพี่น้องที่ไม่รักกัน และเป็นปมด้อยว่าเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่รักเมื่อโตขึ้น

6. เล่นของเล่นเป็นเพื่อนลูก

         โดยเฉพาะถ้าลูกของคุณเป็นลูกคนเดียวที่ต้องเล่นตามลำพังเป็นประจำ เขาจะได้ไม่รู้สึกเหงาเวลาที่คุณมาคอยเล่นเป็นเพื่อนอยู่ใกล้ ๆ และคุณจะได้ดูแลเขาให้เล่นอย่างปลอดภัยไปในตัว นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณได้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ผ่านการเล่นของเล่นที่เป็นความทรงจำดี ๆ ในวัยเด็กของคุณอีกด้วย

7. หากิจกรรมทำเป็นครอบครัว

         ไม่มีอะไรทำให้ลูก ๆ มีความสุขมากไปกว่าการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวอีกแล้ว เพราะจะทำให้เขารู้สึกอบอุ่นจากการเห็นพ่อแม่ที่รักกัน แถมยังได้ใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันอีกด้วย ดังนั้นช่วงวันหยุดควรทำตัวให้ว่างและพาลูก ๆ ออกไปเที่ยวในที่ที่เขาชอบบ้าง จะได้ทำให้เขามีความสุขและรู้สึกสนิทกับคุณมากขึ้น

         นอกจากดูแลให้ลูกอารมณ์ดีมีความสุขทุกวันแล้ว ก็อย่าลืมใส่ใจสุขภาพด้วยการพาเขาไปตรวจร่างกายเป็นประจำเพื่อร่างกายที่แข็งแรงด้วยนะคะ


เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/jazzminedise9/baby-cuteness/

Wednesday, September 21, 2016

ลั่นเลย ! เมื่อคุณแม่สายฮา จับลูกแฝดที่กำลังหลับ มาทำแบบนี้



เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/



ลั่นเลย ! รวมภาพน่ารัก ๆ ของคุณหนูตัวน้อย เมื่อคุณแม่สายฮา จับลูกแฝดชายหญิงที่กำลังหลับอยู่ มาแต่งตัวด้วยแฟชั่นแบบจัดเต็ม พร้อมออกแบบท่าทางขำ ๆ ก่อนถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เห็นแบบนี้แล้วอดยิ้มตามไม่ได้จริง ๆ

เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/




โพสต์โดย changjo21 เมื่อ 21 ก.ย. 59 10:55:12
ภาพจาก : IG - ayumiichi
เครดิตจาก : https://www.instagram.com/ayumiichi/
http://world.kapook.com/pin/57e204a04d265a9ef28b4567

Monday, September 19, 2016

มาป้องกันไม่ให้ลูกน้อยของคุณขาโก่งกันเถอะ !!!




วันนี้ผู้ช่วยคุณแม่จะมาแนะนำวิธีที่ ช่วยป้องกันไม่ให้ลูกน้อยของคุณขาโก่งกันค่ะ คุณแม่ท่านไหนกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ ห้ามพลาดเด็ดขาด !!!


เสริมวิตามิน D
 
เพื่อให้ร่างกายสามารถรักษาภาวะสมดุลของ ระดับแคลเซียมในเลือดและในกระดูกได้ดี โดยวิตามิน D จะมีอยู่มากในนม ตับ และไข่แดง หรือออกไปเดินเล่นนอกบ้านเพื่อรับวิตามิน D จากแสงแดดยามเช้าก็ได้


ดัดขาเบาๆ หลังอาบน้ำ

การดัดหรือยืดขาของลูกเบา ๆ จะช่วยให้ลูกได้ยืดเส้นยืดสาย คุณแม่อาจนวดคลึงเบา ๆ บริเวณขาของลูก ก็จะช่วยให้ขาของลูกแข็งแรงและลูกก็จะสบายตัวยิ่งขึ้นค่ะ


จัดท่านั่งและท่านอนทารกให้ถูกต้อง

คุณแม่ต้องคอยจัดท่านั่งและท่านอนของลูกให้อยู่ในท่าที่ถูกต้อง เพื่อจะไม่ทำให้เกิดการโค้งงอหรือการผิดรูปของกระดูก


เป็นอย่างไรบ้างคะกับวิธีเหล่านี้ ง่าย ๆ ทั้งนั้นเลยใข่ไหมล่ะคะ


ที่มา : MUMHELPER
โพสท์โดย: CMCpro
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/335377503474232825/