Saturday, May 9, 2015

10 เรื่องดี ๆ เพื่อลูกน้อยสุขภาพดี




         เตรียมร่างกายและใจของลูกน้อยให้พร้อมไปกับการเรียนรู้และพัฒนาการต่าง ๆ ด้วยวิธีดี ๆ จากข้อมูลเรื่องสุขภาพทั้ง 10 ข้อกันค่ะ

        
1. นมแม่แน่ที่สุด บอกเลยว่า นมแม่ดีที่สุดสำหรับลูกแรกเกิด อาหารกายและใจชนิดเดียวในโลกที่สะอาด สะดวก ปลอดภัย พร้อมเสิร์ฟทุกเวลาที่ลูกน้อยต้องการ เป็นอาหารสร้างภูมิต้านทานโรคติดเชื้อหลายชนิดและมีสารอาหารมากมายทำให้ลูก น้อยมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย ไม่เป็นโรคภูมิแพ้ที่เรารู้กัน เช่น ผื่นผิวหนัง หอบหืด ท้องผูกคิดดูสิคะมีข้อดีมากขนาดนี้ จะคิดถึงอาหารอื่นทำไม

        
2. ยิ้มง่าย หัวเราะได้ ผลวิจัยทางการแพทย์มีข้อมูลตรงกันว่า สารความสุข (เอ็นดอร์ฟิน) จะทำงานได้ดีเมื่อคน ๆ นั้น อยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายเป็นสุขหรือสนุก ส่งผลดีกับจิตใจ โดยเฉพาะกับร่างกาย ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดในร่างกายทำงานได้ดี ส่งไหลไปเลี้ยงสมอง จึงทำให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และน่าจะเป็นเหตุผลดี ๆ ที่ลูกควรจะได้เผยรอยยิ้ม ได้หัวเราะ เป็นเด็กเลี้ยงง่ายอารมณ์ดี ที่ได้ยิ้มและหัวเราะ

        
3. เล่นสนุก การที่ลูก ๆ สนุกอยู่กับเรื่องเลอะก็ไม่ใช่จะเป็นเรื่องแย่ ๆ กับสุขภาพนะคะ เช่น ขุดดิน เล่นทราย หรือออกแรงโหนชิงช้า กระโดดเชือก ระบายสี มีแต่จะเป็นเรื่องดีที่ลูกของคุณได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวใช้กำลังกล้าม เนื้อแขนขา ยิ่งได้เล่นกลางแจ้งในที่ที่อากาศปลอดโปร่ง สดชื่น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีแสงแดดอ่อน ๆ ก็จะยิ่งส่งผลดีกับสุขภาพกายและใจของลูก ดีกว่าให้ลูกนั่งอยู่หน้าจอต่าง ๆ เป็นไหน ๆ ค่ะ

        
4. พักผ่อน วงจรสำคัญการใช้ชีวิตที่สำคัญที่สุดก็คือการนอน การพักผ่อนร่างกาย โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ แต่ละช่วงวัย เช่น เด็กก่อนวัยเรียนจำเป็นต้องนอนประมาณวันละ 10-12 ชั่วโมง (รวมเวลาการนอนกลางวันด้วย) เด็กในวัยเรียน ต้องนอนประมาณ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อพักผ่อนเพียงพอ สมองและร่างกายก็พร้อมที่จะเรียนรู้มีพัฒนาการที่ดี และยังพร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคได้ด้วย สำหรับผู้ใหญ่เองก็เช่นกัน ถ้าร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอก็เป็นบ่อเกิดแห่งโรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมา

        
5. สร้างสภาพแวดล้อม บรรยากาศ สภาพแวดล้อมใกล้ตัวที่บ้าน ที่ลูกใช้เวลากับการนอน การเล่น หรือทำการบ้านก็ตาม ควรสะอาด ป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมหรือเป็นแหล่งของเชื้อโรคได้ เช่น ห้องนั่งเล่น ควรได้เปิดโล่งให้อากาศถ่ายเท เปิดหน้าต่างเพื่อรับลมบ้าง ผ้าม่านโซฟา พื้นห้องก็ควรเช็ดถู ทำความสะอาดส่วนห้องนอน ยิ่งต้องใส่ใจ ไม่ว่าจะที่นอน หมอน ผ้าห่ม ควรซัก ตากแดด ทำความสะอาดเป็นประจำ

        
6. สร้างสุขนิสัย คุณควรเป็นแบบอย่างถึงวิธีสร้างลักษณะนิสัยที่ดีต่าง ๆ ให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก เช่น การล้างมือก่อนและหลังกินอาหารการไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น หลอดดูดแก้ว ของใช้ส่วนตัว วิธีการใช้ห้องน้ำตามที่สาธารณะ รู้จักรักษาอนามัยส่วนตัวตามวัย เพราะเรื่องเหล่านี้จะทำให้ลูกรู้จักรักษาความสะอาด ระมัดระวังตัวเอง ป้องกันการเกิดโรคภัยไข้เจ็บในเบื้องต้น

        
7. ออกกำลังกาย ข้อนี้แนะนำว่า ทำร่วมกันเป็นครอบครัวจะยิ่งสนุกและมีความสุข เช่น ร้องเพลงไปเต้นไป ขี่จักรยาน หรือเล่นกีฬา ที่ล้วนแต่เป็นวิธีออกกำลังกาย เสริมสร้างความแข็งแรงที่แสนจะง่ายดาย แล้วรู้ไหมคะว่าการออกกำลังกายแบบกลุ่มครอบครัว นอกจากได้สุขภาพกายแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังได้เห็นพัฒนาการ ความสามารถด้านการกีฬา ลูกสนุกได้ใกล้ชิดพ่อแม่ เก็บแต้มบวกเรื่องสุขภาพใจได้อีกด้วยค่ะ

        
8. วัคซีน วัคซีนจะกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันโรค โดยสร้างขึ้นมาจากไวรัสหรือแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคชนิดนั้น ๆ ทำหน้าที่กระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเริ่มต้นได้ตั้งแต่วัยแรกเกิด และตามตารางวัคซีนที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนด นอกเหนือจากวัคซีนตามตารางที่จำเป็นต่อลูกด้วยแล้ว อาจมีวัคซีนทางเลือกที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามจากคุณหมอเพิ่มเติมได้

        
9. เลือกอาหาร อาหารมีหลากหลาย แต่ก็ต้องเลือกด้วยว่า อาหารแบบไหนจำเป็นต่อร่างกายแต่ละช่วงวัยของลูก เหมาะสมตามหลักโภชนาการหรือไม่ เช่น ผัก ผลไม้ ก็จำเป็นต่อร่างกายไม่แพ้อาหารโปรตีน อย่างเช่น วิตามินซีจากส้มจะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ที่ให้พลังงานสูง ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เจริญเติบโตโดยเฉพาะเด็ก ๆ วัยเรียน แต่ก็ต้องเลือกคุณภาพของอาหารที่ลูก ๆ จะได้รับด้วยนะคะ

        
10. กอดพิชิตโรค คุณรู้หรือไม่? นอกจากการกอดที่แสดงออกถึงความรักต่อกันแล้ว การกอดสามารถลดอัตราการเต้นของหัวใจ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอดีขึ้น และกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดแดง ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังเเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเป็นไปด้วยดี ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สุขภาพดีนั่นเอง อย่าลืมกอดคนที่คุณรักนะคะ (วันละหลาย ๆ ครั้งได้ยิ่งดีค่ะ)

เรื่อง : แม่น้องอู๋
แหล่งที่มา  Mother&Care, http://baby.kapook.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

No comments:

Post a Comment